ฟังไม่รู้เรื่อง

กันไว้ดีกว่าแก้ ภาษาอังกฤษจะพูดว่า Prevention is better than cure. และคอลลัมน์นี้ใน I Get English เป็นการเตรียมตัวป้องกันไม่ให้ปัญหาเล็กน้อยเกิดขึ้นเมื่อชาวต่างชาติก้าวเข้ามาหาคุณ และวิธีเดียวที่จะทำให่คุณเก่งภาษาอังกฤษไม่ใช่นั่งทุกคืนท่องศัพท์อย่างเดียว หรือกฏกติกาไวยากณ์ แต่คือ อ้าปากพูด เท่านั้นเอง ยิ่งใช้เท่าไหร่ก็ยิ่งมั่นใจ และความมั่นใจเป็นสิ่งที่ผมต้องบการให้คุณสร้างขึ้นมากที่สุด

แต่ในโลกแห่งความจริงเราต้องยอมรับว่า แม้จะป้องกันมากเท่าไรก็ตามคงไม่สามารถช่วยคุณได้ในทุกสถานการณ์ ฝากอีกคำคมหนึ่งคือ Expect the unexpected. หรือ จงคาดการณ์ในสิ่งที่ไม่คาดหมาย ผมหมายถึง อาจมีสถานการณ์เกิดขึ้นที่คุณไม่ได้คาดคิด เช่น เหตุการณ์ที่คุณฟังชาวต่างชาติไม่รู้เรื่อง หรือลูกค้าบ่นไม่พอใจกับอะไรบางอย่าง สองกรณีหลักคือ … การฟังไม่ทัน กับการกล่าวคำขอโทษ … เราจะมาดูกันในบทนี้หละบทหน้า

ก่อนอื่นขอฝากนิดหนึ่งว่า ชีวิตเราคงไม่ราบรื่นอยู่เสมออย่างที่หวังไว้ อาจมีบางสิ่งเกิดขึ้นที่ทำให้เรารู้สึกประหม่า หรือหงุดหงิด หรือไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่าดูถูกตัวเราเอง อย่าคิดว่าตนเองโง่ หรือฉลาดไม่พอที่จะพูดภาษาอังกฤษให้ได้คล่อง หรือความสามารถไม่ถึง ไม่จริงครับ ความผิดพลาดถือว่าเป็นครู หรือ You learn from your mistakes. ก็ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณแม้จะไม่ดีก็ถือว่าเป็นบทเรียน ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องรู้สึกเศร้าหมองหรือผิดหวังตัวเราเอง ทุกสถานการณ์ที่เราทำผิดพลาด หรือพบว่าลูกค้าไม่พอใจ ขอให้ถามตอนจบว่า What did I learn from this experience? หรือ จากประสบการณ์นี้ฉันได้เรียนรู้อะไรบ้าง พอได้คำตอบแล้วก็จดจำไว้และอย่าลืมนำไปใช้ในโอกาสหน้าก็แล้วกัน

วิกฤติฟังไม่ทัน

แหม … เรียกว่าวิกฤติทำไม ไม่เห็นมีอะไรร้ายแรงขนาดนั้น เป็นเรื่องปกติที่เราจะต้องเจอลูกค้าบางรายที่พูดฟังยากหรือพูดเร็วเกินไป ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ

ผมต้องย้ำอีกครั้งว่า อย่าดูถูกตัวคุณเองว่าไม่เก่งเพราะฟังไม่ทัน หลายครั้งปัญหาเกิดจากขาวต่างชาติ้าไม่ใช่คุณ ฝรั่งบางคนพูดเร็วมาก เร็วเกินไปจนผมเองก็ฟังไม่ทันและต้องขอให้เขาพูดซ้ำหรือพูดช้าลง ผมยอมรับว่ามีชาวต่างชาติจากบางประเทศที่ผมมีปัญหาในการฟัง ชาวญี่ปุ่นผมก็ต้องตั้งใจฟังเพราะสำเนียงฟังยาก (อย่าไปบอกเขาว่าผมพูดอย่างนี้นะ) ชาวอินเดียบางคนก็ฟังยากทั้ง ๆ ที่บางคนพูดชัดที่สุด ชาวเยอรมันก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดว่าคุณคนเดียวเท่านั้นที่มีปัญหาในการฟัง

ในสถานการณ์ที่ชาวต่างชาติพูดไม่ชัดหรือเราฟังไม่ทัน ต้องทราบวิธีที่จะขอให้ลูกค้าพูดซ้ำ

ผมขอเสนอ 2 วิธีครับ

1. วิธีง่ายดี

รู้จักประโยคนี้แล้วใช่ไหมครับ

I’m sorry.

ผมเชื่อว่าคุณรู้จักตั้งนานแล้ว ความหมายคือ ฉันขอโทษ ที่จริงแล้วคุณสามารถพูดเพียง Sorry. ซึ่งมีความหมายว่า ฉันขอโทษ ได้เหมือนกัน แต่ทราบไหมครับ คำนี้สามารถใช้ในความหมายที่ว่า “อะไรนะครับ” โดยเปลี่ยนเป็นรูปคำถาม คือ

I’m sorry?

ลองพูดสิครับ ต้องขึ้นเสียงสูงท้ายประโยคเพื่อให้ฟังเป็นประโยคคำถาม นี่แหละครับ วิธีง่ายที่สุดที่จะให้ลูกค้าพูดซ้ำ เพราะ I’m sorry? นี้ หมายถึง “อะไรนะครับ ช่วยพูดอีกทีนะครับ”

แม้แต่ Sorry? คำเดียวก็ยังคงมีความหมายว่า ขอพูดให้ซ้ำได้ เช่น

ลูกค้าพูดไม่ชัด:    Do you have this shirt in red?
คุณมีเสื้อเชิ้ตแบบนี้สีแดงไหม

คุณ:                        I’m sorry?
อะไรนะคะ ขอพูดอีกทีค่ะ

ลูกค้าพูดไม่ชัด:    Do … you … have … this … shirt … in … red?

 

จะเห็นว่าวิธีนี้ไม่มีอะไรยาก ผมแนะนำให้คุณใช้เพราะไม่ต้องเครียด และจำได้ง่าย

ภาษาอังกฤษยังมีอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นสำนวนที่มีความหมายเหมือนกันว่า อะไรนะ ช่วยพูดอีกที ประโยคนั้นคือ

I beg your pardon? หรือ Pardon? ครับ

สุภาพมาก แต่อย่าลืมขึ้นเสียงสูงท้ายข้อความด้วยเหมือนกับ I’m sorry? เช่น

 

ลูกค้าพูดไม่ชัด:    Do you have this shirt in red?

คุณ:                        I beg your pardon?

ลูกค้าพูดไม่ชัด:    Do … you … have … this … shirt … in … red?

สรุปว่า ถ้าจะให้ลูกค้าพูดซ้ำก็ให้เลือก 1 ใน 4 วิธีดังต่อไปนี้ครับ

I’m sorry?

Sorry?

I beg your pardon?

Pardon?

จบวิธีง่ายดี

 

2. วิธีเกือบจะง่าย

ข่าวดี  วิธีที่สองไม่ถึงกับยากมาก ความหมายของประโยคที่เรากำลังจะมารู้จักกันคือ “ขอให้พูดอีกที”

ก่อนอื่นเราต้องลบบางประโยคที่คุณใช้ผิดทิ้งไปก่อนซึ่งก็คือ

You speak again.

You say again.

ไม่เอ๊าไม่เอาครับ ไม่เพราะและฟังแล้วเหมือนออกคำสั่ง

แม้แต่พูดว่า Again, please. ผมก็ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ ผมเข้าใจว่าคุณรู้จักวิธีพูดอย่างนี้ตั้งแต่เด็กซึ่งฝรั่งไม่ใช้ ผมกล้าบอกว่าเป็นวิธีที่เหมือนกับขี้เกียจหน่อยเพราะสั้นและไม่เป็นไปตามกฏไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่บอกว่าประโยคภาษาอังกฤษควรมีกริยา แล้วกริยาในประโยค Again, please. หายไปไหนล่ะ

พูดถึงกริยาแล้วมีอยู่คำหนึ่งที่เราต้องทำความรู้จัก นั่นคือคำว่า repeat ซึ่งหมายถึง พูดซ้ำ อย่างเช่นในประโยคนี้ครับ

Could you repeat that please?
ช่วยพูดซ้ำอีกทีได้ไหม

ผมว่ารู้แค่ประโยคนี้ก็พอ (ไม่จำเป็นต้องเสริมคำว่า again ตอนท้ายเพราะคำว่า repeat หมายถึง พูดอีกครั้งหรือพูดซ้ำ อยู่แล้วครับ) สำหรับพนักงานหรือคนขายที่ต้องการรู้มากกว่านี้ ผมขอเสนออีก 3 แบบครับ

I’m sorry. What did you say?
ขอโทษ คุณพูดว่าอะไร

I’m sorry. What was that?
ขอโทษ คุณพูดว่าอะไร

I’m sorry. I didn’t catch what you said.
ขอโทษ ฉันจับความไม่ได้ (catch หมายถึง จับ รวมถึง จับคำ จับความ จับความหมาย)

ยังมีบางสถานการณ์ที่เราจำเป็นต้องบอกชาวต่างชาติให้พูดช้าลง เพราะเขาพูดเร็วเกินไป แบบนี้ง่ายครับ คือ

I’m sorry. Could you please slow down?
ขอโทษ คุณช่วยพูดช้าหน่อยได้ไหม

ต้องกล้าพูดนะ สิ่งที่เลวร้ายกว่าการไม่พูดประโยคนี้คือไม่เข้าใจแต่พยักหน้า แกล้งทำเป็นเข้าใจและก็พูด Yes! Yes! เพราะรับรองจะต้องมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน เช่น ลูกค้าฝรั่งไม่พอใจเพราะคุณอาจ say yes กับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเรียกความกล้าซักหน่อย หายใจลึก ๆ แล้วพูดประโยค I’m sorry. Could you please slow down?

จะเห็นว่า ประเด็นนี้ไม่ยากในภาษาอังกฤษ ไม่เหมือนภาษาไทยที่มีวิธีถามอย่างนี้หลายวิธีจนผมเองปวดหัว

eof