10 ศัพท์ภาษาอังกฤษที่คุณต้องรู้ในยุคโควิด

10 ศัพท์ภาษาอังกฤษที่คุณต้องรู้ในยุคโควิด

1. Covid-19 หรือ Corona Virus?

ง่ายๆ ครับ

Corona virus คือ ไวรัส

Covid-19 คือ โรคที่เกิดจากไวรัสโคโรนา

เช่น

The corona virus started in Wuhan, China.

(ไวรัสโคโรนาเริ่มต้นที่เมืองอุ่ฮั่น ประเทศจีน)

You should stay away from other people to avoid catching Covid-19.

(คุณควรอยู่ห่างๆ จากผู้อื่นเพื่อไม่ให้ติดโรคโควิต)

สังเกตว่า ในภาษาอังกฤษเราใช้กริยา catch ในความหมายว่า ติดโรค เช่น

I don’t want to catch Covid-19.

(ฉันไม่อยากติดโควิด)

How many people have caught Covid-19 in Thailand?

(มีจำนวนผู้ติดโควิดกี่คนในประเทศไทยกี่คน)

ถ้าติดแล้ว เราใช้กริยา have ไม่ใช่ กริยา verb to be … กล่าวคือ ในภาษาอังกฤษเรา “มี” โรค ไม่ได้ “เป็น” โรค เช่น

He has Covid-19.

 

2. quarantine (ควอ-รัน-ทีน)

คำนี้เมื่อเป็นกริยา หมายถึง กักตัว เช่น

We must quarantine anyone who flies in from China.

(เราจะต้องกักตัวผู้ใดที่บินเข้าประเทศจากประเทศจีน)

แต่ส่วนมากเราใช้ในรูป passive voice ครับ (ถูกกักตัว) เช่น

He was quarantined after he caught Covid-19.

(เขาถูกกักตัวหลังจากติดโควิด)

คำนี้ยังสามารถนำมาใช้เป็นคำนามได้ หมายถึง สถานที่กักตัว

in quarantine หมายถึง ถูกกักตัวด้วย เช่น

He is in quarantine. แปลว่า He is quarantined. หรือ เขาถูกกักตัว

 

3. infected (อิน-เฟ็ค-ทึด)

infected ใช้อธิบายสภาพผู้ที่ติดเชื้อแล้ว เช่น

He is infected with the corona virus.

(เขาติดเชื้อไวรัสโคโรนา)

Be careful not to be infected with the corona virus.

(ระวังไม่ติดเชื้อไวรัสโตโรนา)

คำนี้มาจากกริยา infect หมายถึง ทำให้ติดเชื้อ

If you don’t stay at home, you may infect a lot of people.

(ถ้าไม่ได้กักตัวที่บ้าน คุณอาจทำให้ผู้อื่นติดเชื้อ)

คำนามคือ infection ครับ

There are 10 new infections in Thailand today.

(วันนี้ในประเทศไทยมีผู้ติดโรคเพิ่มอีก 10 ราย)

 

4. case (เคส)

คำนี้มีหลายความหมายในภาษาอังกฤษ แต่ที่ใช้บ่อยในช่วงนี้คือ ผู้ติดเชื้อ

There are 10 new cases today.

(วันนี้มีเพิ่มอีก 10 คนที่ติดเชื้อ)

There have been many corona virus cases in Italy.

(ในประเทศอิตาลี่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาหลายคน)

cases ในรูปพหูพจน์ ออกเสียง เค-ซึส

 

5. outbreak

คำนี้เป็นนาม หมายถึง การแพร่ระบาด

There is a new outbreak of Covid-19 in Bangkok.

(ที่กรุงเทพมีการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่)

The world has changed since the outbreak of corona virus.

(โลกเปลี่ยนแปลงตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา)

 

6. pandemic (แพน-เดม-มิค)

ที่จริงควรสอนคำว่า epidemic ก่อน

epidemic (เอะ-พิ-เดม-มิค) คือ สถานการณ์ที่มีหลายคนติดโรคใดโรคหนึ่ง ต้องจำนวนมาก

แต่ …

เมื่อโรคนั้นข้ามชาติ กลายเป็นประเด็นระดับโลก เราจึงเรียกว่า pandemic ฟังแล้วน่ากลัว (pan = คำอุปสรรค = ทุกคน) เช่น

Last week the World Health Organization (WHO) announced Covid-19 was a pandemic.

(เมื่อสัปดาห์ที่แล้วองค์การอนามัยโลกประกาศว่า โควิดเป็นโรคระบาดใหญ่)

 

7. test positive

test เป็นกริยา ที่แปลว่า สอบ หรือตรวจ

positive หมายถึง บวก

ดังนั้น test positive หมายถึง ตรวจแล้วติดเชื้อ

Two people tested positive for Covid-19 at the hospital.

(ที่โรงพยาบาลมีสองคนที่ตรวจแล้วติดเชื้อโควิด)

ถ้าไม่ได้เป็นโรคอะไรคุณก็ test negative ครับ

 

8. hoard (ฮอด), stockpile (ส-ต๊อก-พาย-ล)

สองคำนี้แปลว่า กักตุน

The government is asking the people not to hoard food.

(รัฐบาลเรียกร้องประชาชนไม่ให้ไปกักตุนอาหาร)

Everyone is stockpiling rice and meat.

(ทุกๆคนกำลังกักตุนข้าวสารกับเนื้อสัตว์)

 

9. safe distance, social distance

ภาษาอังกฤษใช้วลี keep a safe distance หรือ keep a social distance หมายถึง อยู่ห่างๆจากผู้อื่น เช่น

The WHO has asked people to keep a safe distance of one metre away from other people.

(องค์การอนามัยโลกของให้ทุกคนอยู่ห่างกันหนึ่งเมตร)

I am keeping a social distance of two metres.

(ฉันกำลังอยู่ห่างจากคนอื่นสองเมตร)

 

10.vaccine

คำสุดท้ายเป็นเรื่องการออกเสียงครับ

คำว่า วัคซีน ในภาษาไทย มาจาก vaccine ในภาษาอังกฤษ

คำนี้ออกเสียงว่า แฟ็ค-ซีน โดยที่ ฟ. เป็นเสียง v ครับ ถ้ามีปัญหากับเสียง v กรุณาดูคลิปวีดิโอของผมตรงนี้ครับ