though ตอนท้ายประโยค แปลว่าอะไร

พักหลังมีหลายคนส่งคำถามนี้ แสดงว่าเป็นคำถามยอดฮิตแห่งยุคนี้ หรือไม่ เจ้าของภาษาเริ่มนำ though มาใช้มากขึ้น คนไทยสังเกต และเกิดความรู้สึกงงๆ หน่อยว่า มันแปลว่าอะไรกันแน่

though … although … even though … สามคำนี้มีความหมายคล้ายกันคือ แม้ หรือถึงแม้ว่า ซึ่ง though เป็น conjunction หรือคำเชื่อมระหว่างข้อมูลสองอย่างหรือประโยคสองประโยคที่อาจจะมีความหมายที่ตัดกัน อย่างเช่น Though Somchai is fat, he can run very fast.

(ถึงแม้สมชายตัวอ้วน แต่เขาวิ่งเร็วได้)

Though I’ve just had lunch, I’m still hungry.

(แม้ผมเพิ่งจะทานข้าวเสร็จ แต่ผมยังหิวอยู่)

Though she studied hard, she didn’t pass the subject.

(ถึงแม้ว่าเธอเรียนหนังสือหนัก แต่เธอไม่ได้สอบผ่านวิชา)

นี่คือโครงสร้างประโยคที่อาจจะเรียนเรียบร้อยแล้ว Though นี้วางหน้าประโยคได้ หรือตรงกลาง (ระหว่างข้อมูลสองประเภท) เช่น

Somchai is fat though he can run fast.

I’ve just had lunch though I’m still hungry.

She studied hard though she didn’t pass the subject.

แต่ที่คนไทยหลายคนอาจจะงงคือ เจ้าของภาษาชอบเอา though ไปวางท้ายประโยค อย่างเช่น

Somchai is fat. He can run fast though.

การใช้ though ตอนท้ายอย่างนี้เป็นการเรียนให้ทราบว่า ข้อมูลตอนท้าย (ประโยคที่สอง) อาจจะมีข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลในประโยคแรก ในตัวอย่างนี้เรารับทราบว่า สมชายเป็นคนตัวอ้วน ซึ่งคนอ้วนส่วนใหญ่วิ่งเร็วไม่ได้ แต่สมชายก็วิ่งเร็วได้ สังเกตไหมครับว่าเมื่อกี๊ผมใช้คำว่า “แต่” (“แต่สมชายก็วิ่งได้”) นี่น่าจะเป็นความหมายของคำว่า though เมื่อวางตอนท้ายประโยคคือ แต่ หรือ but

ดูสองประโยคเมื่อกี๊ครับ คือ

Somchai is fat. He can run fast though.

เราสามารถพูดอีกวิธีหนึ่งว่า

Somchai is fat but he can run fast.

นี่คือการใช้ but แทน though ตอนท้ายประโยค

ดังนั้นถ้าเห็น though ตอนท้ายประโยค ให้นึกถึงคำว่า แต่ หรือ but และเอามาใส่ระหว่างสองข้อมูลหลักในประโยค จะได้เข้าใจง่ายข้น

(ที่น่าสนใจคือ เจ้าของภาษาบางคนใช้ but แทน though ตอนท้ายประโยค เช่น Somchai is fat. He can run fast but. แต่นี่ถือว่าเป็นภาษาวิบัติ ไม่ควรใช้เพราะฟังแล้วเถื่อนๆ)

ขอยกตัวอย่างการใช้ though ตอนท้ายประโยคซัก 3 ตัวอย่างครับ

1. I’m tired. I’ll keep studying though.

(ผมเหนื่อยแต่จะเรียนต่อ ตรงกับ I’m tired but I’ll keep studying.)

2. She’s American. She was born in Thailand though.

(เธอเป็นชาวอเมริกัน แต่เกิดในเมืองไทย ตรงกับ She’s American but she was born in Thailand.)

3. It’s raining. I’ll still go out though.

(ฝนตก แต่ฉันจะยังออกไปข้างนอก ตรงกับ It’s raining but I’ll still go out.)

การใช้ though แบบนี้ไม่ได้เป็นภาษาเขียนครับ มักจะเป็นภาษาพูดมากกว่า ถ้าจะเขียนอะไรคงดีที่จะวาง Though ต้อนต้นหรือกลางประโยค จะฟังทางการมากขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ though ตอนท้ายประโยคภาษาอังกฤษ กรุณาอย่าลืมนำไปใช้ด้วยนะ

eof