ยินดีต้อนรับ! ลงทะเบียนฟอรั่มได้ที่นี่! ...ถ้าคุณเป็นสมาชิกแล้วสามารถเข้าสู่ระบบได้ที่นี่!


Refuse … Deny … Say No … อันไหนกันแน่

Refuse … Deny … Say No … อันไหนกันแน่

Refuse … Deny … Say No … อันไหนกันแน่

คำว่า ปฏิเสธแปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ เกือบทุกครั้งที่ผมเปิดพจนานุกรมเพื่อศึกษาเรื่องนี้ผมเห็นว่าแต่ละเล่มจะแปล ปฏิเสธว่า deny (ดี-นาย) กับ refuse (รี-ฟิว-ส) ติดกัน ที่จริงแปลไม่ผิดแต่วิธีการใช้ระหว่างสองคำนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง และคนไทยหลายคนใช้กันอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งประเด็นนี้เราน่าจะแก้ก่อนยุคประชาคมอาเซียนเพราะ ไม่อยากให้คุณเสียหน้าต่อชาวเอเซียอีกเก้าประเทศนั้น ผมขอเสนอสามวิธีที่คุณสามารถแปลคำว่า ปฏิเสธ คือ deny refuse say no เรามาศึกษาแต่ละวิธีดีกว่าครับ to deny เป็นกริยาหมายถึง ปฏิเสธข้อกล่าวหาหรือคำประณาม คือ ต้องมีคนมาว่าคุณก่อนที่คุณสามารถ deny ได้ เช่น The teacher accused...

ทรงพระเจริญ

ทรงพระเจริญ

วันนี้ผมมีคำถามสำหรับคุณ พยายามตอบทันทีครับ ไม่ต้องแอบหาคำตอบโดยอาศัย google หรือ bing ครับ คำถามนั้นคือ ประโยค Long live the King ซึ่งแปลว่า ทรงพระเจริญ อ่านว่าอย่างไร โดยเฉพาะคำว่า live … ลิฟ หรือ ไลฟ ครับ ผมถามเรื่องนี้เนื่องจากว่าคนไทยหลายคนเข้าใจประเด็นนี้ผิด แถมออกเสียงไม่ถูกต้อง แล้วคำตอบเป็นอย่างไรครับ ผมคงต้องเริ่มต้นด้วยข้อมูลสำคัญว่า live (ลิฟ) เป็นกริยา หมายถึง มีชีวิตอยู่ อาศัย life...

อันตราย คอลลัมน์นี้อาจจะเกิดอาการง่วงนอนได้

อันตราย คอลลัมน์นี้อาจจะเกิดอาการง่วงนอนได้

ก่อนอื่นผมมีคำถามสำหรับท่านผู้อ่านครับ คือ นอนหลับฝันดี แปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ นี่คือคำถามที่ผมได้รับมาสองครั้งในรอลสัปดาห์ที่ผ่านมา พอได้ยินครั้งที่สองผมนึกในใจว่า ถ้าโดนอีกครั้งหนึ่งสงสัยต้องรีบออกไปซื้อหวยแต่ในที่สุดไม่จำเป็นต้องเสียงหนึ่งร้อยกว่าบาท เพราะมีเพียงสองรอบเท่านั้น แต่ในทั้งสองหนนั้นผมถามผู้ตั้งคำถามกลับว่า แล้วคุณคิดว่าควรจะแปลอย่างไร นี่คือเหตุผลที่ผมถามท่านผู้อ่านเช่นกัน แล้วคุณตอบว่าอย่างไรครับ คนส่วนใหญ่ รวมถึงน้องสองคนที่ถามคำถามนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอบเหมือนกันว่า Have a good dream. ซึ่งฟังแล้วน่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่ในความจริงแล้วก็ … ผิด หาเจ้าของภาษาที่ใช้ Have a good dream. ยากครับ แต่เรามักจะพูดอย่างอื่นเสียมากกว่า นี่คือเพียงหนึ่งในสิบประเด็นที่คุณควรทราบเกี่ยวกับการนอน หรือ sleep เป็นภาษาอังกฤษ...

ตายแล้ว! (ภาค 1)

ตายแล้ว! (ภาค 1)

Nothing is certain but death and taxes. คำคมนี้ซึ่งใช้มาหลายร้อยปีแล้วและยังเป็นที่นิยมใช้ในหมู่ฝรั่งแปลว่า ไม่มีอะไรแน่นอนนอกกว่า จะต้องตาย และจะต้องเสียภาษี สำหรับวันนี้ขอทิ้งเรื่องการสียภาษี (ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องคำนวน) และหันมาสนใจการสิ้นสุดของชีวิตเราแทนได้ไหมครับ ไม่ใช่เพราะอยากไปเร็ว แต่เป็นเพราะสังเกตมีคนไทยหลายคนที่ยังสับสนกับการใช้คำว่า die และคำอื่นที่เกิด (ไม่ใช่ตาย) จากคำนี้ ตาย แปลว่า die เป็นเหตุบังเอิญไหมครับที่สองคำนี้ฟังคล้ายกัน ตาย ดาย ตาย ดาย คำว่า die นี้เป็นกริยาซึ่งทั้ง 3 ช่องคือ die,...

ตายแล้ว! (อีกแล้ว)

ตายแล้ว! (อีกแล้ว)

คราวที่แล้วที่เราได้พบกันเราพิจารณาความตายอย่างใกล้ชิด อย่าเข้าใจผมผิด ผมไม่ได้หวังอะไรร้ายกับท่านผู้อ่านที่รักของผม เพียงแต่ว่าตอนนั้นดูคำว่า die และคำอื่นๆ ที่เกี่ยวกับความตายเป็นภาษาอังกฤษ ประเด็นเดียวที่เราไม่ได้แตะคือ การใช้คำว่า death แต่ก่อนที่เราเริ่มดูคำนั้น ผมขอสรุปสั้นๆ สิ่งที่เราเรียนรู้จากคราวที่แล้ว คือ ตาย แปลว่า die เป็นกริยาซึ่งทั้ง 3 ช่องคือ die, died, died จากคำนี้เราได้สำนวน die out กับ die off ซึ่งใช้อธิบายสิ่งเป็นกลุ่มที่ค่อยๆสูญพันธุ์ ยังมี die down กับ...

รัฐประหารแปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ

รัฐประหารแปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ

ช่วงนี้มีคนไทยถามผมบ่อยว่า รัฐประหาร แปลว่าอะไร ปัติวัติ แปลว่าอะไร เมื่อวานอยู่ ห้าง Terminal 21 ยังมีวัยรุ่นวิ่งมาถามด้วย ผมไม่รู้ว่าอันไหนแปลกมากกว่ากันระหว่างวัยรุ่นถามถึงหัวข้อนี้ กับการที่ผมเองอยู่ในห้อง Terminal 21 ครับ เรามาเริ่มกับ ปฏิวัติ ดีกว่า ภาษาอังกฤษได้ยืมคำจากภาษาฝรั่งเศสคือ coup แต่ถึงแม้ว่าเราสะกดด้วย p ตอนท้าย แต่ไม่จำเป็นต้องออกเสียงครับ เราจะออกเสียงคำนี้ว่า “คู” ชื่อเต็มของ ปฏิวัติ ไม่ว่าจะเป็นภาษาฝรั่งเศสหรือภาษาอังกฤษ คือ coup d’etat ซึ่งเราจะออกเสียงว่า คู-เด-ทา...

การชักชวน

การชักชวน

สมมติว่าคุณอยากชวนชาวต่างชาติไปดูหนัง จะพูดว่าอะไรดี อย่าเพิ่งเปิดตำราไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ บทที่ 23 หัวข้อ การชักขวน นะครับ เพราะผมขอคุยเรื่องภาษาธรรมชาติ แท้ ๆ ที่เราใช้เมื่อจะชวนใครไปดูหนังแทน ฝรั่งเรามีหลายวิธีที่จะชวนไปดูหนัง ผมขอพูดถึงวิธีการชักชวนหลัก ๆ 6 วิธีครับ พออ่านแล้ว น่าจะนำไปใช้ครับ 1. Let’s go to the movies. คำว่า Let’s ย่อมาจาก Let us ซึ่งจะอยู่ต้นประโยคชักชวน เช่น Let’s eat....

The hell!

The hell!

ป็นคำถามยอดนิยมที่ชาวต่างชาติ มักจะถามเมื่อมีการพบเจอกันเป็นครั้งแรก คุณในฐานะที่เป็นผู้พบเจอเขาเหล่านั้น คงหนีไม่พ้นคำถามแบบนี้ และเป็นคำถามที่มีได้ในหลายรูปแบบ ดูดังตัวอย่างเช่น So … are you married? หรือ So … do you have a boyfriend? หรือไม่ก็ So … are you seeing anybody? อันที่จริงเป็นคำถามที่มีอีกประมาณ 20 รูปแบบ นั่นก็คือ ถามว่าคุณโสด หรือแต่งงานแล้ว หรือ หม้าย...

คำถามที่ ไม่ควร ถามโดยเด็ดขาด

คำถามที่ ไม่ควร ถามโดยเด็ดขาด

หาตำราสอนสนทนาภาษาอังกฤษที่ไหนก็มักจะมีหัวข้อ “พบชาวต่างชาติเป็นครั้งแรก” ซึ่งหัวข้อนี้จะสอนวิธีพูดคุยกับชาวต่างชาติโดยเฉพาะการตั้งงคำถามที่สามารถถามได้ วันนี้ผมมาที่นี่เพื่อเสนอหัวข้อตรงกันข้ามครับ ผมหมายถึง ผมจะเสนอคำถามที่ ไม่ควรถามต่างหาก การที่จะคุยกับชาวต่างชาตินั้นเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะได้ฝึกภาษาอังกฤษอย่างธรรมชาติที่สุด  นอกจากนี้แล้วยังเป็นโอกาสที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมคนต่างด้าว ไม่ใช่เรื่องภาษาอย่างเดียว แต่บางครั้งสิ่งที่ถือว่า โอเค ที่จะถามถึงภายในกรอบแห่งวัฒนธรรมไทยถือว่าอาจไม่เหมาะที่จะถามชาวต่างชาติ หรือจากมุมมองฝรั่ง เพราะว่า เคยมีประสบการณ์กับปัญหานี้บ่อย โดยเฉพาะช่วงแรกที่ผมมาเมืองไทย สมัยนั้นผมเคยโดนคนไทยถามถึงสิ่งที่ไม่ควรถามบ่อยมาก จนมีสิทธิ์แอบมาตักเตือนคุณในวันนี้ เพราะไม่อยากให้คุณเสียความรู้สึกกับฝรั่งโดยไม่เจตนา ผมอธิบายมากเกินไปแล้ว เราเริ่มดีกว่า ผมมีทั้งหมด 5 หัวข้อที่น่าสนใจมากเพราะ ไม่น่าคุยเมื่อพบเป็นครั้งแรก ดังนี้ 1. Do you have a girlfriend/boyfriend?...

เรียนต่างประเทศ

เรียนต่างประเทศ

เพิ่งจะกลับมาจาก Sydney ครับ เพื่อนแต่งงานที่ Avalon ก็เลยถือว่าเป็นข้ออ้างที่ดีที่จะกลับบ้านสักพักหนึ่ง ฉลองงานแต่งงาน  เยี่ยมคุณแม่และน้องสาว  ดื่มไวน์ออสซี่ที่แสนอร่อย เสร็จแล้วก็บินกลับไปกรุงเทพฯ เป็นการแวะบ้านที่สั้นเหลือเกิน มาแล้งปุ๊บต้องกลับ แถม Avalon อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 50 กีโลเมตร … พอถึงแล้วรู้สึกถ้าเลยไปสักนิดหนึ่งจะถึงเมือง Brisbane บ้านเกิดของผม “เวอร์ไปหน่อย” เพื่อนที่แต่งงานตอบด้วยรอยยิ้มออสเตรเลีย สรุปว่าถึงแม้ว่าเวลาสั้นก็เป็นการเดินทางที่ดี แต่พอกลับมา เข้าออฟฟิศแล้วเลขาฯผมรอผมอยู่ด้วยเอกสารเป็นบึกหนาแน่นทีเดียว หลังจากที่ผมตั้งตัวพร้อมที่จะเริ่มทำงานต่อ เธอก็วางเศษกระดาษใบหนึ่งบนโต๊ะทำงาน “นี่อะไร” ผมถามเธอด้วยรอยขมวดคิ้วออสเตรเลีย เพราะไม่รู้จักชื่อบนกระดาษ “เป็นคุณแม่คนหนึ่งที่โทรมาตอนที่คุณอยู่ต่างประเทศ” เลขาฯผมตอบ “ลูกเพิ่งจะไปเรียนที่ประเทศอังกฤษไม่กี่เดือนแล้ว...